กลับมาอีกครั้ง Urban Legend ปลุกตำนานโหดมหา’ลัยสยอง

ปลุกตำนานโหดมหา'ลัยสยอง

Urban Legend ในปี 1998 เป็นผลงานการกำกับของเจมี่ แบลงค์ คือหนังสยองขวัญที่เปิดฉากด้วยเหตุการณ์ฆาตกรรมนักศึกษาหญิงที่ถูกฆาตกรในชุดเสื้อกันหนาวและขวานด้ามโตสังหารอย่างน่าสยดสยอง ฆาตกรยังคงลอยนวลและสร้างความหวาดผวาให้กับเหล่านักศึกษาอันที่จริงฉากเปิดเรื่องของหนังจัดได้ว่าสามารถสร้างความหวาดผวาให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดี เมื่อเติมน้ำมันแล้วพบว่าเจ้าของปั้มที่มีท่าทางมีพิรุธ พยายามจะหลอกเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายว่าบัตรเครดิตนั้นรูดไม่ผ่านและไม่สามารถจ่ายเงินได้ เขาพยายามจะบอกบางอย่างกับเธอแต่ไม่ทันเสียแล้วเมื่อนักศึกษาผู้เคราะห์ร้ายรีบตัดสินใจกระโดดขึ้นรถด้วยความตกใจและขับรถออกจากปั้มโดยไม่ทันฟังคำเตือนว่า “มีคนแอบอยู่บนเบาะหลังรถ”

ตัวหนังค่อยๆเล่าเรื่องราวที่นักศึกษาแต่ละคนถูกไล่สังหารจากฆาตกรลึกลับตามตำนานพื้นบ้าน ซึ่งระดับดีกรีความสยองนั้นอาจจะไม่ได้เลือดสาดกระจุยกระจายแบบในยุคปัจจุบันก็ตาม แต่ในยุคสมัยนั้นแค่ฉากฆาตกรเผยวิธีการฆ่าก็เล่นเอาคนดูขนลุกแล้ว แถมบรรดาฉากฆาตกรรมในเรื่องก็ถือได้ว่าน่าสนใจเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นฉากที่นางเอกของเรื่องกลับมาที่ห้องพักและคิดว่ารูมเมทของตัวเองกำลังมีเซ็กส์อยู่เธอจึงตัดสินใจไม่เปิดไฟในห้อง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเพื่อนร่วมห้องของเธอกำลังโดนฆาตกรคุกคามอยู่บนเตียง ฉากไล่ล่าดีเจสาวซาช่า (ทาร่า รี้ด) ซึ่งเป็นฉากเกมแมวไล่จับหนูที่ดุเดือดที่สุดในเรื่อง หรือกระทั่งฉากน้องหมาถูกจับยัดเอาไว้ในไมโครเวฟ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นภาพจำของผู้ชม

จากปี 2000 ถึงปี 2020 ถึงเวลาที่สตูดิโอโซนี่ตัดสินใจหยิบเอา Urban Legend มาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง (ทั้งที่ความเป็นจริงก็ไม่มีความจำเป็นต้องเอาหนังแบบนี้มารีเมคด้วยซ้ำไป แต่การเกาะชื่อเสียงหนังเก่าหากิน น่าจะเป็นหนทางรอดของสตูดิโอในยุคปัจจุบันไปแล้ว)  โดยวางตัวโคลิน มินิแฮน จาก “What Keeps You Alive” และ “Z” ที่ทั้งรับหน้าที่เขียนบทและกำกับ ทางด้านนักแสดงนำคาดการณ์ว่าถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจะได้ซินดีนีย์ แชนด์เลอร์ จากซีรี่ส์ “Arrow” และแคทเธอรีน แมคนามารา และ คีธ พาวเวอร์ส มาเป็นกลุ่มเพื่อนตัวแสดงหลักตัวพล็อตเรื่องจะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับยุคสมัยปัจจุบันที่ว่าด้วยเหล่านักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่ต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ฆาตกรรมสยองขวัญที่เกี่ยวข้องกับตำนานพื้นบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องเล่าที่แพร่กระจายอยู่ในอินเตอร์เน็ตกลายเป็นชนวนของเหตุการณ์ระทึกที่ตามหลอกหลอนพวกเขา

Urban Legend ในเวอร์ชั่นนี้ ดูท่าจะต้องรอกันอีกสัก 1-2 ปีเพราะต้องรอให้สถานการณ์โควิด-19 ในอเมริกาทุเลาลงกว่านี้หนังจึงจะสามารถเปิดกล้องได้นั่นเอง