Disney Plus(Disney+) แพลตฟอร์มดูภาพยนตร์ อนิเมชั่น ชื่อดังจาก Disney

Disney Plus คือบริการสตรีมมิ่งบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นเหมือนกับ Netflix แต่จะโดดเด่นกว่าด้วยเนื้อหาคอนเทนท์บน Disney+ ทั้งหมดจะเป็นของค่ายภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่อย่าง Disney ซึ่งก็มีทั้ง ภาพยนตร์, ซีรีส์, และรายการในเครือทั้งหมดของ Disney อยู่บนนั้น ซึ่งแน่นอนว่าเนื้อหาเหล่านั้นจะไม่มีอยู่บน Netflix หรือบนแพลตฟอร์มไหน ๆ เลย และบางอย่างอาจหาดูได้ผ่านทาง Disney+ เพียงช่องทางเดียวอีกด้วย

Disney Plus(Disney+) แพลตฟอร์มดูภาพยนตร์ อนิเมชั่น ชื่อดังจาก Disney

Table of Contents

Disney+ คืออะไร?

          Disney+ หรือ “Disney Plus” คือ บริการสตรีมมิ่งความบันเทิงในรูปแบบภาพยนตร์ ซีรีส์ และรายการโทรทัศน์ จากค่าย Disney ซึ่งรวบรวมคอนเทนต์ในเครือของ Pixar, Marvel, Star Wars และ National Geographic โดยจะเปิดให้ผู้สนใจสมัครสมาชิกและเรียกเก็บค่าบริการรายเดือนตามแพ็กเกจต่างๆ และสามารถรับชมผ่านอุปกรณ์รองรับที่หลากหลาย เช่น สมาร์ทโฟน, สมาร์ททีวี, iPad, เว็บบราวเซอร์ ฯลฯ

ทั้งนี้ Disney Plus เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2563 ในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา เพียง 1 วันหลังเปิดให้บริการ ปรากฏว่ามีผู้สมัครใช้มากกว่า 10 ล้านคน ส่งผลให้หุ้นของ Disney พุ่งขึ้น 7.3% ในขณะที่ Netflix บริการสตรีมมิ่งเจ้าดังที่ครองตลาด หุ้นร่วงลงไป 3.1% แม้จะเปิดตัวได้เพียงไม่กี่เดือน แต่ปัจจุบัน Disney Plus มีจำนวนสมาชิกทั่วโลกแล้วมากกว่า 50 ล้านบัญชี

Disney+ จะเป็นบริการสตรีมมิ่งแบบรายเดือนเช่นเดียวกับ Netflix โดยจะมีภาพยนตร์, ซีรีส์, รายการที่อยู่ในเครือของ Disney ไว้คอยให้บริการแก่สมาชิก ซึ่ง Disney+ จะมีซีรีส์และภาพยนตร์แบบ Original Disney+ ที่หาชมที่ไหนไม่ได้นอกจาก Disney+ ด้วย

ความโดดเด่นของ Disney + ที่ไม่เหมือนใคร

ความโดดเด่นของ Disney Plus อยู่ที่ภาพยนตร์และซีรีส์แฟรนไชส์คลาสสิกสุดฮิตที่ครองใจคนทั่วโลก โดยเฉพาะรูปแบบคอนเทนต์ออริจินัลที่ทาง Disney ถือครองลิขสิทธิ์ไว้ ไม่ว่าจะเป็นแอนิเมชันจากสตูดิโอ Pixar, ภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ในจักรวาลของ Marvel และคอลเลกชันพิเศษ Star Wars รวมถึงสารคดีจาก National Geographic ซึ่ง Disney Plus ต้องการเจาะกลุ่มเด็ก ครอบครัว และฐานแฟนๆ ที่เหนียวแน่น ทั้งนี้ รายชื่อภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือแอนิเมชันของ Disney Plus อาจมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ

Disney +

จะมีภาพยนตร์ของ Disney ทั้งใหม่และเก่าคอยให้บริการโดยจะมีความพิเศษตรงที่จะมีภาพยนตร์สุดคลาสสิคในชุดของ Disney Vault อีกด้วย ซึ่งภาพยนตร์ใน Disney Vault ตามปกติแล้วจะเป็นภาพยนตร์ที่วางจำหน่ายในช่วงเวลาแบบจำกัดมากๆ และจะไม่มาวางจำหน่ายอีกจนถึงระยะเวลาที่ Disney เห็นสมควร

Pixar 

Disney+ จะมีภาพยนตร์อนิเมชั่นจากสตูดิโอ Pixar แบบครบทุกเรื่องรวมไปถึงจะมีซีรีส์แบบ Exclusive เฉพาะบน Disney+ อีกด้วย 

Marvel 

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Disney+ นั่นก็คือการที่บริการนี้มีจะมีภาพยนตร์ของ Marvel ทั้งหมดคอยไว้ให้บริการ ร่วมด้วยจะมีซีรีส์แบบ Exclusive ที่แฟนๆ Marvel จำเป็นจะต้องดูเพื่อเติมเต็มอรรถรสในการรับชมภาพยนตร์ MCU 

Star Wars 

Disney+ จะมีภาพยนตร์ในแฟรนด์ไชส์ของ Star Wars ทั้งหมดรวมไปถึงเช่นเดียวกับ Marvel ที่ Star Wars จะมีซีรีส์แบบ Exclusive สำหรับ Disney+ เท่านั้นด้วย

National Geographic 

Disney+ จะมีสารคดีไว้คอยให้บริการแก่สมาชิกด้วยเช่นกัน

ระบบภาพและเสียงของ Disney+ เป็นอย่างไร ?

Disney+ จะเป็นบริการสตรีมมิ่งคุณภาพสูงโดยที่ Disney+ จะสามารถสตรีมมิ่งด้วยความละเอียดสูงสุดที่ 4K และรองรับการแสดงผล HDR แบบขั้นสูงอย่าง Dolby Vision รวมไปถึงสามารถแสดงผลแบบ HDR10 แบบปกติได้เช่นกัน สำหรับเรื่องของเสียงนั้น Disney+ จะรองรับระบบเสียงแบบ Dolby Atmos เหมือนกับบริการคู่แข่งอย่าง Netflix 

Disney+ มีค่าบริการเท่าไหร่ ?

Disney+ มีค่าบริการรายเดือนอยู่ที่ $6.99 ต่อเดือนในสหรัฐ และ 6.99 Euro ต่อเดือนในกลุ่มประเทศยุโรปโดยจะมีแพ็คเกจแบบรายปีที่จะลดราคาเหลือปีละ $69.99 ซึ่งในแพ้คเกจนี้สามารถสร้าง User ได้ทั้งหมด 7 User โดยสามารถรับชมได้สูงสุดพร้อมกัน 4 อุปกรณ์พร้อมกัน 

Disney + สามารถรับชมได้บนอุปกรณ์ใดบ้าง?

          Apple TV , Android TV , Chromecast , Roku , PlayStation 4 , Xbox One , Android , iOS- Web browsers , Smart TV

Disney+ เปิดให้บริการเมื่อไหร่?

Disney+ จะเปิดให้บริการในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ในสหรัฐ แคนาดา และเนเธอร์แลนด์ และจะเปิดให้บริการในวันที่ 19 สำหรับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ตามด้วยกลุ่มประเทศยุโรปในเดือนมีนาคม 2020

Disney+ จะเปิดบริการที่ไทยหรือไม่?

ตามแผนของ Disney ที่วางไว้ในกลุ่มประเทศอื่นๆ นอกทวีปยุโรป ออสเตรเลีย และ อเมริกาเหนือแล้วจะมีช่วงเวลาการเปิดให้บริการในช่วงปี 2020 เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าประเทศไทยน่าจะอยู่ในกลุ่มประเทศ Asia-Pacific ที่ Disney+ จะมาเปิดให้บริการอย่างแน่นอน

เหตุผลที่คุณจะต้องเสียเงินให้กับ Disney+

1) ราคาและโปรโมชั่นของ Disney+ ถูกใจคนไทยแน่นอน !

    ปกติเดือนหนึ่งเราเสียค่าบริการ Netflix เพียง 105 บาทเท่านั้น (ใช้แพ็คเกจพรีเมียม แล้วหารกัน 4 คน) ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ กับคอนเทนท์คุณภาพมากมายที่เราสามารถเข้าถึงได้ แต่ของ Disney+ จะถูกกว่า เพราะราคาเริ่มต้นของ Disney+ อยู่ที่ 219 บาทต่อเดือน และ 2,200 บาทต่อปี สามารถสร้างได้ 7 โปรไฟล์ใน 1 บัญชี และรับชมคอนเทนท์ต่าง ๆ ได้ในระดับ 4K สูงสุดพร้อมกันได้ 4 เครื่อง และถ้าดูกันหลายคน Disney+ จะให้คุณจ่ายค่าบริการเพียง 55 บาทต่อเดือนเท่านั้น

2.คออนิเมชั่น ฮีโร่ Marvel หรือสงคราม StarWars จะต้องชอบ

     ความพิเศษของ Disney+ คือบนแพลตฟอร์มดังกล่าวจะมีคอนเทนท์ที่เป็นของ Disney เท่านั้น แบ่งออกเป็น 5 หมวดใหญ่ ๆดังนี้

Disney – รวมภาพยนต์ Disney ทั้งใหม่และเก่าเอาไว้พร้อมสรรพ และจะมีภาพยนตร์สุดคลาสสิคในชุดของ Disney Vault หรือภาพยนตร์ที่วางจำหน่ายในช่วงเวลาแบบจำกัดรวมไว้อยู่อีกด้วย

Pixar – เราต่างรู้กันดีว่าอนิเมชั่นของค่าย Pixar นั้นจัดเป็นเบอร์ต้น ๆ ของโลก จะดีแค่ไหนที่เราสามารถดูผลงานของค่าย Pixar ได้ทุกเรื่องทุกเวลา รวมไปถึงซีรีส์อื่น ๆ อีกมากมาย ที่ทาง Pixar สัญญาว่าจะทำออกมาให้ได้รับชมกันแบบพิเศษสุด ๆ

Marvel – เมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา ทาง Disney ได้จัดงาน Disney Investor Day และขนหนังใหม่พร้อมตัวอย่างของหนังเหล่าฮีโร่รวมแล้ว 13 เรื่องมาให้เราได้กรี๊ดกัน ซึ่งในทั้ง 13 เรื่องนั้นนอกจากจะดูได้ใน Disney+ แล้ว บางเรื่องยังถูกกำหนดว่าต้องดูผ่านทาง Disney+ เพียงช่องทางเดียวอีกด้วย (โดย Wanda & Vision เป็นเรื่องแรกที่จะลงฉายในวันที่ 15 มกราคมนี้)

Star Wars – โดยปกติแล้วเรารู้จักซีรีส์ Star Wars อยู่เพียงไม่กี่ภาค รวมพวกที่เป็นซีรีส์ด้วยแล้ว ก็ถือว่ายังมีไม่มากนัก แต่เมื่อวันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา ทาง Disney ก็ได้ออกมาประกาศว่าซีรีส์ Star Wars กำลังมีจ่อรอคิวให้เราดูเรื่องใหม่ ๆ อีก 14 เรื่องด้วยกัน ซึ่งรวมมาทั้งหนังและซีรีส์แล้ว โดยก็จะเหมือนกับของ Marvel ที่นอกจากจะดูได้ทั้งหมดบน Disney+ แล้ว บางเรื่องก็บังคับให้ดูผ่าน Disney+ เพียงที่เดียวเท่านั้นอีกด้วย

National Geographic – National Geographic ไม่ใช่ความพิเศษที่มีอยู่บน Disney+ แต่เป็นรายการสารคดี ที่คุณไม่ควรพลาด และบน Netflix ไม่มีให้คุณดูนะจะบอกให้

3.ดูได้ทุกที่ทุกเวลา รวมความสนุกไว้บนทุก ๆ แพลตฟอร์ม

     เราสามารถใช้บริการ Disney+ ได้บนหลาย ๆ แพลตฟอร์มอย่างหลากหลาย อาทิ Apple TV (tvOS), Android TV, Chromecast, Roku, PlayStation 4, Xbox One, Android (mobile), iOS, Web browsers, Samsung Smart TV ไลน์อัพปี 2015 ขึ้นไป, LG Smart TV ไลน์อัพ 2014 ขึ้นไป, Amazon Fire TV

Disney+ มีอะไรน่าดูบ้าง

เรียกได้ว่าฝันใกล้จะเป็นความจริงแล้วหรือเปล่าน้า เพราะมีข่าวข้อมูลของราคา Disney+ ในประเทศไทยออกมา ทำให้หลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ถือว่า Disney+ เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ Netflix เลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นหนัง ซีรีส์ หรือการ์ตูน Disney+ ก็จัดมาให้แบบจุใจ โดยราคาที่ออกมานั้น จะอยู่ที่ 219 บาท/ เดือน และ 2,200 บาท / ปี งานนี้ใครที่กำลังตั้งใจรออยู่รีบหาคนหารให้ไวเลยจ้า

1. การ์ตูน Disney

สาวกดิสนีย์ถูกใจแน่นอน เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรของดิสนีย์บอกเลยว่ามีหมด ไม่ว่าจะเก่าหรือจะใหม่มีหมดดูกับจุใจแน่นอน ใครที่ชอบการ์ตูนหรือหนังของดิสนีย์ บอกเลยว่าต้องไม่พลาดเด็ดขาดน้า ขอยกตัวอย่างมาสักหน่อยก็แล้วกัน

2.อาณาจักร MARVEL แหล่งรวบรวมSuperHeroes ให้คุณดูแบบหนำใจ

          มาถึงจักรวาลซุปเปอร์ฮีโร่ที่ไม่มีใครไม่รู้จักกันบ้างอย่าง MARVEL มีทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเหล่าฮีโร่ รวมถึงเรื่องราวของเหล่าตัวละครต่างๆ ของ Marvel

3.การ์ตูนจาก Pixar ค่ายการ์ตูนที่เล่าเรื่องอันดับ 1

มี Disney แล้ว ก็ต้งไม่ลืมค่ายแอนิเมชันสตูดิโอส์ Pixar แน่นอน ค่ายนี้ก็อัดแน่นไปด้วยหนังและการ์ตูนมากมายอีกเช่นกัน บอกเลยว่าค่ายนี้ไม่มีเรื่องไหนไม่สนุกแน่นอน ดูตั้งแต่เด็กยันโตก็ไม่เคยเบื่อเลย เรียกได้ว่าเป็นค่ายที่มีคุณภาพมากจริงๆ ใครที่เป็นแฟนตัวยงของค่ายนี้ตั้งใจรอได้เลย

3.ภาพยนตร์ Star Wars ภาพยนตร์ไซไฟชื่อดัง ที่ใครๆก็ชอบ

          หนังคลาสสิคอย่าง Star Wars เขาก็นำมาให้ดูน้า มีทุกภาค ใครที่ยังเก็บไม่ครบรอใน Disney+ ได้เลย ไม่ว่าจะภาคเก่าภาคใหม่ แม้กระทั้งซีรีส์ใหม่อย่าง The Mandalorian ที่มีโยดาตัวน้อยทาง Disney+ ก็ทำนำมาให้ทุกคนดูกัน

4. มีสารคดี National Geographic

          ไหนใครชอบดูสารคดีบ้าง Disney+ เขาก็มีให้ดูน้า สารคดี National Geographic หากใครเบื่อหนัง ซีรีส์ หรือการ์ตูน ก็ลองมาดูสารคดีเหล่านี้บอกเลยว่าดูเพลินแน่นอน

5.ซีรี่ย์ High School Musical

          ใครเคยดูเรื่องนี้ตอนเด็กๆ บ้าง พอโตมาหาดูยากมาก ! แต่ดิสนีย์พลัสก็จัดมาให้จ้า ใครที่กำลังอยากดูหรือหาดูไม่ได้รอดูได้ทาง Disney+ นี้เลย

6. การ์ตูน The Simpsons การ์ตูนสายฮา ที่ใครๆก็หลงรัก

มาถึงการ์ตูฯที่คนทั่วโลกรู้จักกันบ้าง The Simpsons ใครที่เป็นแฟนตัวยงของพวกคนตัวเหลืองแล้วต้องห้ามพลาดเด็ดขาดเลย หลายคนบอกว่าการ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนทำนายอนาคต หากใครอยากรู้ว่าจริงไหมลองมาดูกันเองเลย

7. การ์ตูน อนิเมชั่น Short Film จากค่าย Pixar

          หากใครที่เคยดูหนังและการ์ตูนของ Pixar ในโรงภาพยนตร์ จะเห็นว่าก่อนฉายหนังจะมีการ์ตูนสั้นๆ มาให้รับชมก่อน และการ์ตูนเหล่านั้นดันสนุกซะด้วยสิ หากใครที่อยากดูอีก หรือพลาดการ์ตูนสั้นของ Pixar ไป ก็สามารถมาดูได้ที่ Disney+ นี้เลย เขานำมาให้ครบทุกเรื่องเลย

          สรุป

          หากพูดถึงความคุ้มค่า ณ ตอนนี้ Disney Plus ถูกกว่า Netflix ก็จริง แต่เรื่องคอนเทนต์อย่างที่รู้ๆ กันก็คือ Disney+ จะมีแต่หนังเก่าในคลังที่โดดเด่น แต่เรื่องใหม่ ๆ ที่จะดึงดูดคนดูอาจจะยังสู้ Netflix ยังไม่ได้ โดยซีรีย์เรื่องแรกที่ Disney+ ลงนั้นก็คือ Mandalorian ซึ่งไม่ได้ออกมาทีเดียวทั้งหมดครบทั้งซีซันแบบ Netflix แต่จะมาตอนละสัปดาห์กล่าวคือ คุณจ่ายเงิน 1 เดือนคุณดูได้แค่ 4 ตอนเท่านั้น เว้นแต่ว่าจะรอมันออกมาครบซีซัน แล้วค่อยซื้อดูภายในเดือนนั้นน่าจะคุ้มค่ามากกว่า ซึ่งตรงนี้ก็แล้วแต่มุมมองคนว่าชอบแบบไหน