Away: ด้วยรักจากขอบฟ้า

Away: ด้วยรักจากขอบฟ้า เป็นซีรีส์น่าตื่นเต้นและสะเทือนอารมณ์ในระดับมหากาพย์ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของมนุษย์ทั้งในเรื่องความก้าวหน้าอันเหลือเชื่อ และการเสียสละส่วนตัวที่ต้องดำเนินไปพร้อมกัน

ด้วยรักจากขอบฟ้า

Away: ด้วยรักจากขอบฟ้า จากผู้อำนวยการสร้าง Jason Katims เขียนบทโดย Andrew Hinderaker ที่เพิ่งฉายให้รับชมกันไปเมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา ถึงชื่อภาษาไทยจะใบ้ให้เรารู้แล้วว่า ซีรีส์เรื่องนี้น่าจะเน้นหนักไปทางด้านเร้าอารมณ์ สร้างดราม่า มากกว่าจะเป็นการผจญภัยในอวกาศ และมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เรื่องราวของความห่างไกล เริ่มต้นด้วยการเดินทางจากโลกของนักบินอวกาศ 5 คน 5 สัญชาติที่ต่างมีพื้นเพ และวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน โดยมี Emma Green นักบินอวกาศหญิงของสหรัฐฯ ผู้ต้องรับศึกหนักทั้งในบทบาทหัวหน้าผู้ควบคุมทีม ภรรยาและแม่ เธอจำต้องห่างไกลกับสามี Matt Logan และลูกสาววัยรุ่น Alexis Logan ในช่วงเวลาที่พวกเขาต้องการเธอมากที่สุด เพื่อภารกิจพิชิตดาวอังคารที่ใช้เวลายาวนานถึง 3 ปี

Away: ด้วยรักจากขอบฟ้า

หากดูในภาพรวมก็ต้องยอมรับว่า โปรดักชั่น Away: ด้วยรักจากขอบฟ้า ดีและภาพสวย แถมผู้สร้างยังทำการบ้านมาไม่น้อยเลย เพราะสามารถนำเอาข้อเท็จจริงและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการ ‘ใช้ชีวิตในอวกาศแบบ Daily life’ อาทิ สภาพร่างกายที่เสื่อมโทรมลงเพราะสภาวะไร้น้ำหนัก ระบบยังชีพขัดข้อง มาใช้ประโยชน์ ช่วยดึงดราม่าและถ่ายทอดออกมาได้ไม่เลวเลย (และคาดว่าในซีซันหน้า น่าจะใช้ปัญหาประเภทที่เกี่ยวกับการสำรวจ หรือการทำงานของยาน ที่ใหญ่และยากมากขึ้น และนั่นก็น่าจะทำให้เนื้อเรื่องระทึกขึ้นไปอีกระดับด้วย)

ทั้งบทพูด งานภาพและเสียงประกอบ ก็ช่วยเล่าปัญหาทางเทคนิคและองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้เข้าใจได้ง่าย เห็นภาพและรู้สึกตามได้ชัดมาก แม้ผู้ชมจะไม่มีพื้นความรู้หรือจดจ่อโฟกัสมากนักก็สามารถเข้าใจได้ แถมยังช่วยเสริมให้เกิดความ ‘อิน’ ไปกับสิ่งที่ตัวละครแต่ละตัวต้องเผชิญอีก เรียกได้ว่า ใช้อวกาศเป็นฉากหลังหรือส่วนเสริมใช้สร้างสถานการณ์ให้เรื่อง Away: ด้วยรักจากขอบฟ้า เพื่อดึงเอาความเป็น ‘มนุษย์’ ออกมาได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว

มาที่เนื้อเรื่อง Away: ด้วยรักจากขอบฟ้า กันบ้าง การให้คน 5 คน ภูมิหลังต่างกัน ทั้งยังมีภาระหน้าที่ที่ต่างฝ่ายต่างแบกรับไว้ในฐานะตัวแทนของประเทศ ต้องมาอยู่รวมกันแบบหนีไปไหนกันไม่ได้ แถมยังต้องไกลห่างจาก

คนที่รักก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่เลวเลย เพียงแต่ว่ามันดันมาอยู่ในภารกิจยิ่งใหญ่ระดับมวลมนุษยชาติ แค่เปิดประเด็นมา ก็มีวาระซ่อนเร้นทางการเมืองมากมาย เลยดูเหลือเชื่อมากไปหน่อยที่จะรวมชาติมหาอำนาจเหล่านี้ให้มาอยู่ในภารกิจขององค์กรอวกาศนาซาของสหรัฐฯ ได้ตั้งแต่ต้น

ดังนั้น ใครที่ว่าจะดูเรื่องนี้เพื่อความลุ้นแบบตื่นเต้นตลอดเวลา ไม่อยากเจอความนิ่งและอึดอัดเลย หรือถูกใจในหนังแบบไซไฟอวกาศแนวผจญภัย เราแนะนำว่าให้มองข้ามซีรีส์เรื่องนี้ไปเถอะ แต่ถ้าคุณมองหาซีรีส์เกี่ยวกับอวกาศที่เข้าใจง่าย มีประเด็นน่าสนใจที่มากกว่าการเอาตัวรอดในอวกาศ มีความซาบซึ้ง ดูสนุกแบบเรื่อย ๆ และพอลุ้นระทึกได้บ้าง หรือในทางกลับกันคือ อยากจะดูซีรีส์ดราม่าเรียกน้ำตาสักเรื่องที่มีฉากเป็นอวกาศสวย ๆ ซีรีส์เรื่องนี้ก็ตอบโจทย์นั้นได้อยู่

 

Away